วัยไหนก็เสริมหน้าอกได้ ไม่ใช่ปัญหา

สาวกเดอะมิลเลอร์หลายคนสงสัยว่า อายุสามสิบห้าถ้าหากอยากจะทำศัลยกรรมหน้าอกขึ้นมาในเวลานี้ จะมีผลกระทบอะไรไหม จริงๆ แล้ว สาวช่วงอายุนี้ ส่วนมากดูแลตัวเองดี สาวและสวยสดใสเหมือนวัยรุ่นแรกแย้มกันเลยทีเดียว สาววัยนี้ผ่านช่วงชีวิตการทำงานมาได้สักระยะหนึ่งจนมีความพร้อมในหลายด้าน มีความมั่นคงทางด้านการงาน มีกำลังทรัพย์และ กล้าตัดสินใจ จึงเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความต้องการทำศัลยกรรมขึ้นมา

บางคนอาจทำศัลยกรรมเพราะเรื่องความสวยงาม ขณะที่บางคนมองเรื่องสังคมเป็นหลัก สร้างความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อยอดในหน้าที่การงาน หรือในบางคนต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิตคู่ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

วันนี้ MT จึงไปหาข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากสาวๆ ค่ะ

ตามหลักการแพทย์แล้ว ศัลยแพทย์จะต้องตรวจร่างกายของผู้ต้องการทำศัลยกรรมหน้าอกทุกคน ก่อนการผ่าตัดเสริมหน้าอกเป็นปกติอยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อหาความเสี่ยงโรคเกี่ยวกับเต้านม โดยเน้นการตรวจหาโรคและความผิดปกติบริเวณกระดูกทรวงอก กล้ามเนื้อ ผิวหนังและต่อมน้ำเหลือง

แบ่งกลุ่มผู้ตรวจออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้

1.กลุ่มคนที่มีประวัติ หมายถึง กลุ่มคนที่บุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับเต้านม เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือเคยได้รับยาฮอร์โมน หรือยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคบริเวณเต้านมได้

2.กลุ่มที่มีความผิดปกติ เป็นกลุ่มคนที่เคยตรวจพบความผิดปกติบริเวณเต้านม เช่น ก้อนเนื้อบริเวณเต้านม ผู้ที่มีอาการเจ็บเต้านมบ่อย หรือมากผิดปกติ มีน้ำไหลออกมาจากหัวนมหรือมีแผลเกิดขึ้นที่ผิวหนังของเต้านมโดยไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อตรวจเต้านมแล้วพบว่า คนไข้มีก้อนเนื้อ ต้องทำการตรวจอย่างถี่ถ้วนว่า ก้อนเนื้อที่ว่านี้มีอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ ถ้าเไม่เป็นอันตรายก็สามารถทำการเสริมหน้าอกได้

3.กลุ่มที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป คนกลุ่มนี้ ถ้าหากใครต้องการเสริมหน้าอก ต้องทำการตรวจคัดกรองโรคที่มีความเสี่ยงที่บริเวณเต้านมอย่างละเอียด

สาวๆ ที่ต้องการเต้านมใหญ่เกินไป แพทย์ก็จะไม่ทำให้ได้ตามขนาดที่ต้องการ เนื่องจากว่า การเสริมหน้าอกที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นจะต้องทำการเลาะเนื้อ หรือกล้ามเนื้อให้เกิดช่องว่างที่มีขนาดใหญ่ตามขนาดของซิลิโคน จึงมีความเสี่ยงที่เส้นประสาทและเส้นเลือดจะถูกตัดออก ส่งผลให้เกิดอาการชา เลือดออกมากและมีอาการเจ็บปวดมาก

ในระยะยาวอาจจะมีอาการผิวหนังแตกลาย หนังเกิดการยืดคราก เต้านมมีการย้อยต่ำมากกว่าปกติ เต้านมมีลักษณะเป็นลอนคลื่นอย่างเห็นได้ชัด บริเวณหัวนมและเต้านมมีความรู้สึกชา หรือไร้ความรู้สึก

การแก้ไขปัญหาสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดใหญ่เท่านั้น บางปัญหาก็ไม่สามารถแก้ไขให้เต้านมกลับมาสวยงามเช่นดังเดิมได้

สำหรับหญิงที่ให้นมบุตร แพทย์แนะนำว่าควรหยุดให้นมบุตร หรือหยุดปั๊มนม เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้เต้านมกลับเข้าสู่สภาพเดิมเหมือนก่อนที่จะมีน้ำนม ทั้งนี้ผู้ที่อยู่ในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก หรือเพิ่มน้ำหนัก ก็ต้องรอให้น้ำหนักคงที่อย่างน้อย 6 เดือน ด้วยเช่นชกัน เพื่อให้ขนาดของซิลิโคนที่เสริมเข้าไปได้พอดีกับขนาดของลำตัวนั่นเอง ส่วนผู้ที่ทำการเสริมหน้าอกแล้ว เมื่อตั้งท้องก็ยังสามารถให้น้ำนมบุตรได้ตามปกติ แต่ว่าปริมาณน้ำนมอาจจะน้อยกว่าคนที่ไม่ได้เสริมหน้าอกอยู่บ้าง

ดังนั้น สาวๆ ไม่ต้องกังวลเลยว่า จะมีผลจนไม่สามารถทำศัลยกรรมหน้าอกได้ หากเมื่อใดผลตรวจคัดกรองโรคแล้ว แพทย์ระบุว่า ไม่เป็นอันตราย สามารถทำได้ ก็ลุยต่อไปเลยค่ะ

ครั้งหน้า MT จะมีเรื่องอะไรมาเล่าอีกบ้างนั้น เดี๋ยว MT จะมาเล่าให้ฟัง

ข้อมูลอ้างอิง
www.js100.com
www.matichon.co.th
www.amprohealth.com
www.praew.com
Yalom (1998) pp. 9–16; see Eva Keuls (1993), Reign of the Phallus: Sexual Politics in Ancient Athens for a detailed study of male-dominant rule in ancient Greece.
Yalom (1998), p. 18.
“Bra Cup Sizes—getting fitted with the right size”. 1stbras.com. Archived from the original on 8 March 2016. Retrieved 11 May 2010.

 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

รู้ไว้ ไม่มีพลาด ศัลยกรรมไทย ปลอดภัยระดับโลก

TheMirror.Co

“ร้อยไหม” หน้าเรียวกระชับได้ ไม่ง้อมีดหมอ

TheMirror.Co

เลือกซิลิโคนอย่างไรให้รับกับใบหน้า

TheMirror.Co

Leave a Comment