จัดเต็ม! “10 วิธี รักษากระ” ให้จางลงแบบง่ายๆ

สาวหลายๆ คน รู้สึกกวนใจจนบอกไม่ถูก กับปัญหา “กระ” บนใบหน้า ไม่รู้ว่าจะรักษาวิธีไหน
เดอะมิลเลอร์ อาสาหาวิธีดีๆ ช่วยรักษากระให้จางลงแบบง่ายๆ มาบอกสาวๆ ค่ะ

“กระ” (Freckle หรือ Ephelides) คือ จุดสีน้ำตาลอ่อนเล็กๆ หลายจุดที่เกิดขึ้นตามร่างกายบริเวณที่ถูกแสงแดดบ่อยๆ โดยทั่วไปแม้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แต่ลักษณะของสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอนี้ ก็ส่งผลต่อความสวยความงามและสร้างความกังวลใจให้เกิดขึ้นได้

กระเกิดจากอะไร?
1. แสงแดด
เมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ยิ่งกระตุ้นให้เมลาโนไซต์ ซึ่งเป็นเซลล์ผลิตสารสีเมลานินผลิตเม็ดสีชนิดนี้เพิ่มขึ้น เพื่อใช้ช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดด ด้วยการสะท้อนและดูดซึมรังสียูวี ส่งผลให้ผิวดำคล้ำลงหลังถูกแสงแดด แล้วยังทำให้เกิดกระ หรือทำให้กระมีสีเข้มขึ้นได้

2. สีผิว
คนที่มีผิวขาวจะมีสารเมลานินน้อย เมื่อเผชิญแสงแดด เม็ดสีที่เพิ่มขึ้นจึงไม่สม่ำเสมอ เกิดเป็นกระ

3. พันธุกรรม
ความเสี่ยงทางพันธุกรรมก็เป็นอีกสาเหตุ แม้จะต้องเผชิญแสงแดดเหมือนกัน แต่โอกาสที่จะเกิดกระของแต่ละคนก็อาจไม่เท่ากัน

“กระ” แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ กระทั่วไปและกระที่เกิดจากแดด
1. กระทั่วไป (Freckle, Ephelis)
ลักษณะเป็นสีแทนออกแดง หรือน้ำตาลอ่อน รูปร่างกลมเป็นจุดเล็กๆ โดยมักจะปรากฏขึ้นช่วงฤดูร้อน และพบได้ในผู้ที่มีสีผิวค่อนข้างขาว หรือในครอบครัวที่มีพันธุกรรม หรือกลุ่มคนที่มีสีผมแดงและตาสีเขียวด้วย

2. กระจากแดด (Lentigo)
กระชนิดนี้แตกต่างจากกระทั่วไปที่มีสีเข้มกว่า มักเป็นสีแทน น้ำตาล หรือดำ ปรากฏตามบริเวณที่สัมผัสแดด เช่น หลังมือ ใบหน้า บริเวณไหล่และหลังส่วนบน โดยมากจะไม่หายไป แม้ถึงฤดูกาลที่มีแสงแดดอ่อน

กระชนิดนี้ อาจพบว่าเป็นมาตั้งแต่ยังเด็ก
นอกจากนี้ ยังมักพบได้มากในผู้สูงอายุ โดยเป็นผลมาจากการเผชิญแสงแดดเป็นเวลายาวนานในอดีต
ส่วนกระอีกลักษณะหนึ่งที่มักพบในผู้สูงอายุเช่นกัน แต่มักเรียกว่า “กระเนื้อ” จะมีลักษณะเป็นรอยนูนแข็ง สีน้ำตาลขึ้นมา

10 วิธีรักษากระ
1. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มจะเกิดกระได้ง่าย
ต้องเริ่มจากการป้องกันและตัดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด
หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรทาครีมกันแดดที่สามารถช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB และมีค่า SPF30 PA+++ ขึ้นไป

2. เลือกใช้ครีมบำรุง
นอกจากการป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแล้ว การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิน อย่างครีมพวกไวเทนนิ่ง หรือครีมลดกระยี่ห้อต่างๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดกระใหม่ๆ และไม่ทำให้กระที่มีอยู่เดิมมีขนาดใหญ่ขึ้นได้

3. ลดกระด้วย AHA (กรดผลไม้) เพื่อผลัดเซลล์ผิว AHA
สามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลักดันให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้
แล้วนอกจากจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าออกไปแล้ว เม็ดสีเมลานินก็จะถูกกำจัดออกไปด้วยเช่นกัน
วิธีนี้แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลช้า แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและทำให้รอยกระของคุณจางลงได้จริง

4. รักษาด้วยไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)
ตัวยาชนิดนี้สามารถให้ผลดีและทำให้กระจางลงได้เร็วมาก เพราะสามารถเข้าไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้นั่นเอง แต่ก็มีผลข้างเคียงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่เห็นได้ชัดก็คือ อาจทำให้กระและฝ้าคล้ำลง เมื่อเจอแสงแดดหากไม่ได้ป้องกัน

5. เมโสรักษากระ (Mesotherapy)
หลักการคือ การใช้เข็มเล็กๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้นๆ เพื่อเป็นการกระจายตัวยาที่ใช้รักษากระลงสู่ชั้นเซลล์ที่มีปัญหา โดยจะฉีดลึกลงไป ประมาณ 1-2 มม. ระยะห่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร เฉพาะบริเวณที่มีปัญหากระและฝ้า
และจะต้องทำการฉีดซ้ำทุกๆ 1-2 อาทิตย์

6. เลเซอร์รักษากระ
การรักษาแบบนี้ จะเป็นการยิงคลื่นแสงลงไปถึงชั้นผิวด้านใน เพื่อให้ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเอง
พร้อมกับผลัดเซลล์ผิวได้ไวยิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ก่อนที่คุณจะเอาหน้าไปฝากหมอทำเลเซอร์ คุณต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าได้เอาหน้าไปฝากไว้กับผู้เชี่ยวชาญจริงๆ เพราะกระมีหลายชนิดหลายประเภท การรักษาด้วยเครื่องมือแต่ละชนิด อาจให้ผลไม่เหมือนกัน

7. รักษาด้วยเครื่อง IPL (Intense Pulsed Light)
เป็นเครื่องที่ให้กำเนิดพลังงานแสงไปยังบริเวณผิวหนังที่รอยกระ
ผิวหนังในส่วนที่มีเม็ดสีเมลานินปริมาณมากกว่า จะดูดซับพลังงานแสงแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน
ส่งผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกทำลายและลดจำนวนลง ทำให้กระดูจางลง (แต่ไม่หาย) หากทำตั้งแต่ 2-3 ครั้งขึ้นไป

การรักษาด้วยวิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อทำการรักษาโดยผู้ที่ขาดความรู้และความชำนาญ

8. กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion : MD)
เพื่อช่วยเร่งการขจัดเซลล์ชั้นหนังกำพร้าให้หลุดเร็วขึ้น จะได้ผลสำหรับกระที่อยู่ในชั้นตื้นๆ
มีข้อควรระวังคือ อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากำหนดระดับความแรงในการทำงานของเครื่องมือสูงเกินไป

9. รักษาด้วยเครื่องไอออนโต
เครื่องมือชนิดนี้ อาศัยหลักการให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าในระดับอ่อนๆ มีผลช่วยผลักยา หรือวิตามินที่เราทาไว้ก่อนบนผิว ให้ซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ยาที่ทาไว้ก่อนหน้านั้นออกฤทธิ์ในการรักษาได้ดียิ่งขึ้น

โดยยา หรือวิตามินที่นิยมนำมาใช้จะอยู่ในรูปแบบของเจล
เจลที่นิยมนำมาใช้รักษากระและฝ้าส่วนมากจะเป็น เจลอาร์บูติน เจลโคจิก เจลวิตามินซี เจลลิโคไลซ์ เป็นต้น
การรักษาแบบนี้ มีผลข้างเคียงน้อย แต่อาจมีอาการระคายเคืองได้บ้าง

10. ทำทรีตเมนต์
นอกจากการทาและทำเลเซอร์แล้ว หากเราทำทรีตเมนต์ควบคู่ไปด้วย ก็จะช่วยทำให้รอยกระลดลงได้ไวยิ่งขึ้น
ที่สำคัญยังช่วยทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย แต่สำหรับการทำทรีตเมนต์
หลายสถานเสริมความงามต่างๆ แนะนำ ก็คือ ทรีตเมนต์ช่วยผลัดเซลล์ผิวและทรีตเมนต์ซ่อมแซมผิว

นอกจากสาเหตุทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขอะไรได้แล้ว
การหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจึงเป็นทางเดียวช่วยป้องกันไม่ให้เป็นกระ

สามารถป้องกันได้โดย
1. เตรียมพร้อมเผชิญแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้ง โดยเลือกครีมที่มี SPF 30 เป็นอย่างต่ำ
2. ปกป้องใบหน้าซึ่งเป็นส่วนที่โดนแสงแดดบ่อยๆ ด้วยการสวมหมวกปีกกว้าง
3. สวมใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย เช่น เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว
4. หลีกเลี่ยงการพบเจอแสงแดดช่วงเวลา ประมาณ 10 โมงเช้า ถึง 3 โมงเย็น ที่มีแดดแรง
5. พยายามอยู่ในร่ม หรือภายในตัวอาคาร

จบกันไปแล้ว สำหรับ 10 วิธี ในการรักษากระให้จางหายไปได้แบบง่ายๆ
ใครสนใจวิธีไหน ก็ลองนำไปใช้กันดูได้นะคะ
แต่ขอบอกไว้เลยว่า ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน อยากให้ลองศึกษาหาข้อมูลกันดูดีๆ เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพอใจค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง
ปรียา กุลละวณิชย์,ประวิตร พิศาลยบุตร .Dermatology 2020:ชื่อบท.Pigmentary disorder.พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพฯ:โฮลิสติก,2555
Brown spot and freckle :http://www.dermnetnz.org/lesions/freckles.html
Scott Plensdolf ,MD,Common Pigmentary Disorder : http://www.aafp.org/afp/2009/0115/p109.html [2014,June4]. 2. Lowell A. Goldsmith,Stephen I. Katz,Barbara A. Gilchrest,Amy S. Paller,David J.Leffell,Klaus Wolff.Fitzpatrick’s dermatology in general medicine :Pigmentary disorder.eight edition.McGraw-Hill.2012 3. Bastiaens M, Hoefnagel J,Westendorp R,Vermeer BJ,Bouwes Bavinck JN.Solar lentigigines are strongly related to sun exposure in contrast to ephelides.Pigment cell research .2004Jun:225-9
www.haamor.com/th
www.medthai.com
www.pobpad.com
www.thairath.co.th/content

สถานที่ศัลยกรรมใกล้ๆ คุณ

{{ clinic.title }} (ระยะทางจากคุณตอนนี้ {{ clinic.distance }} km)

{{ clinic.excerpt }}
{{ clinic.address }}
loading...
Loading...

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ร่องตาลึกทำไงดี?

TheMirror.Co

ข้อควรรู้! ก่อนผ่าตัดกราม

TheMirror.Co

เลือกซิลิโคนอย่างไรให้รับกับใบหน้า

TheMirror.Co

Leave a Comment