สวยซ่อมได้! 6 วิธีซ่อมผิวลายให้กลายเป็นผิวเนียน

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหาหนักอกหนักใจกันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะสตรีหลังคลอดบุตร บางคนเครียดจนถึงกับไม่กล้าสวมชุดว่ายน้ำที่เคยใส่ เพราะไม่อยากเปิดผิวที่แตกลายโชว์สายตาใคร

แม้ว่าการรักษาด้วยครีมแก้ผิวแตกลายนั้น อาจช่วยทำให้ดูจางลงได้บ้าง แต่จะไม่จางหายไปอย่างถาวร ถ้าต้องการให้รอยแตกลายหายอย่างถาวรก็จะต้องใช้วิธีรักษาด้วยวิทยาการสมัยใหม่โดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ

วิธีเหล่านั้นมีอะไรบ้างนั้น วันนี้เดอะมิลเลอร์จะมาเล่าให้ฟังค่ะ

6 วิธีลดรอยแตกลายที่ได้ผลดี

1. การรักษาด้วยทรีตเมนต์ต่างๆ
อย่างเช่น การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion) เพื่อช่วยทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น โดยการกำจัดเซลล์ชั้นบนออกไป หรือทำการผลัดเซลล์ด้วยกรดผลไม้ (Chemical Peel) เพื่อช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป และการรักษาโดยใช้คลื่นวิทยุเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

2. เมโสรักษารอยแตกลาย‎ (Mesotherapy)
เป็นวิธีการใช้เข็มส่งตัวยาที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสมานรอยแตกลายของผิว จึงทำให้รอยแตกลายลดจางลง โดยใช้กลุ่มยาหลายตัว เช่น กรดอะมิโนไกลซีน (Glycine) วาลีน (Valine) โปรลีน (Proline) ไฮดรอกซีโปรลีน (Hydroxyproline) และสารอาหารผิวอื่นๆ

3. เดอร์มาโรลเลอร์ (Dermaroller)
เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการแพทย์ที่ถูกนำมาใช้กลิ้งในบริเวณผิวที่ต้องการ เพื่อช่วยทำลายพังผืดที่หลุมบนผิว หรือรอยที่เป็นปัญหา ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง จึงช่วยรักษารอยแตกลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ และโดยมากแล้วจะนำมาใช้ควบคู่ไปกับตัวยา หรือเซรั่มบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิว จึงช่วยทำให้ตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้ดีขึ้น แต่ต้องทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 2 สัปดาห์ ติดต่อกันประมาณ 5-6 ครั้ง จึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

4. เลเซอร์รอยแตกลาย
การรักษาผิวแตกลายด้วยเลเซอร์นี้ จะเหมาะกับสาวๆ ใจร้อนที่อยากให้ปัญหานี้หายไปอย่างรวดเร็ว มีทั้งเลเซอร์แบบช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับสีรอยแตกลายให้ใกล้เคียงกับสีผิวปกติ เลเซอร์สร้างผิวใหม่ และเลเซอร์แบบรักษารอยแดง หรือรักษาความผิดปกติของเส้นเลือด ที่แนะนำคือ Fraxel Laser ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับรอยแตกลายที่เป็นมานานแล้ว และ V-Beam Laser ช่วยทำลายเส้นเลือดในคนที่มีรอยแตกแดง เหมาะกับรอยแตกลายที่เพิ่งเกิดใหม่หรือมีสีชมพู แต่การทำครั้งเดียวจะไม่เห็นผลอย่างชัดเจน ต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์ จนกว่ารอยแตกลายจะค่อยๆ จางหายไป หลังการรักษาด้วย Fraxel Laser)

5. การทำไอพีแอล (Intensed Pulsed Light – IPL)
เป็นเทคนิคการใช้แสงความเข้มสูง นำมายิงบริเวณผิวที่เป็นรอยแตก ในขณะยิงจะรู้สึกเจ็บคล้ายๆ กับโดนหนังสติ๊กดีดผิว แต่วิธีนี้จะได้ผลดีกับรอยแตกในระยะแรกที่มีสีแดง หากเป็นรอยแตกในระยะหลังๆ มักจะไม่ได้ผล โดยต้องทำอย่างน้อย 5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์

6. ฉีดคาร์บ็อกซี่ (Carboxytherapy)
เป็นวิธีแก้รอยแตกลายด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในบริเวณที่ต้องการ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น และยังช่วยสลายเซลล์ไขมันส่วนเกินในบริเวณที่ต้องการได้อีกด้วย ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะต้องทำอย่างน้อย 3-5 ครั้ง ติดต่อกันทุกๆ 1 สัปดาห์

สาวๆ ที่มีปัญหาผิวแตกลายอยู่ ก็ลองเลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะกับตัวเองไปปรับใช้
ส่วนใครที่ยังไม่เคยเจอปัญหานี้มาก่อนก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ ควรดูแลตัวเองให้ดี เพียงเท่านี้ผิวก็จะกลับมาสวยใสไร้รอยแตกลายแล้วล่ะค่ะ

ที่สำคัญก็คือ สาวๆ ทุกคนควรจะยอมรับให้ได้ว่า การที่มีผิวหนังแตกลายนั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงทั่วไปที่ไม่ได้มีอาชีพโชว์เรือนร่าง เราไม่ควรเสียความมั่นใจ เพียงเพราะรอยแตกลายในที่ลับนะคะ

ข้อมูลอ้างอิง
www.amarinbabyandkids.com
www.th.theasianparent.com
www.rakluke.com/article
www.medthai.com
www.honestdocs.co

สถานที่ศัลยกรรมใกล้ๆ คุณ

{{ clinic.title }} (ระยะทางจากคุณตอนนี้ {{ clinic.distance }} km)

{{ clinic.excerpt }}
{{ clinic.address }}
loading...
Loading...

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

วัยไหนก็เสริมหน้าอกได้ ไม่ใช่ปัญหา

TheMirror.Co

เลือก “คลินิกศัลยกรรม” อย่างไร ไม่ถูกหลอก

TheMirror.Co

นายแพทย์สุทัศน์ คุณวโรตม์ “ศัลยกรรมที่ดีต้องมีความปลอดภัย และต้องสวยเป็นธรรมชาติ ไม่ดูเป็นหน้าพลาสติก”

TheMirror.Co

Leave a Comment