อายุเท่าไรถึงเหมาะกับทำศัลยกรรมบนใบหน้า

อายุกับการศัลยกรรมบนใบหน้า เป็นสิ่งสำคัญมากที่ทุกคนต้องใส่ใจกับการตัดสินใจก่อนทำทุกครั้ง มิลมิลจึงนำข้อมูลเบื้องต้นทั้งในแต่ละส่วนของใบหน้าให้เพื่อนๆได้คิดไตร่ตรองเพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อการตัดสินใจ โดยแบ่งเป็นส่วนต่างๆบนใบหน้า ดังนี้

1.กระดูกหน้าผาก (Frontal bone)

1.1 การเสริมหน้าผาก ผู้ที่ต้องการเสริมหน้าผากควรมีอายุประมาณ 18-20 ปีขึ้นไป สามารถใช้วัสดุเสริมวัสดุเข้าไปใต้ผิวหนัง ซึ่งวัสดุที่นิยมนำมาใช้ เช่น ซีเมนต์เชื่อมกระดูก ซิลิโคนแผ่น เป็นต้น เพื่อการแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ที่มีหน้าผากไม่เรียบเนียน หน้าผากแคบหรือหน้าผากมีลักษณะแบน เพราะช่วงอายุดังกล่าวกระดูกหน้าผากจะมีการเจริญเติบโตที่เต็มที่แล้ว เมื่อทำการเสริมหน้าผากที่ช่วงอายุนี้จะทำให้ลักษณะของหน้าผากที่ได้จะมีรูปทรงที่คงที่

1.2 กรอหน้าผาก ควรทำให้ช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะของสันโหนกคิ้วสูงมากหรือบริเวณหน้าผากบางส่วนมีความสูงมากจนทำให้หน้าผากมีผิวที่ไม่เรียบ

1.3 ดึงหน้าผากและการยกคิ้ว ผู้ทำควรอยู่ในช่วงอายุที่ทำการดึงหน้าผากควรมากกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นการดึงเนื้อบริเวณหน้าผากให้ตึง จุดประสงค์เพื่อลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้น

2.การศัลยกรรมดวงตา (Eyelid Surgery)

ไม่ว่าจะเป็นการทำตาสองชั้นด้วยการกรีด การเย็บชั้นหนักตา การเปิดหัวตาหรือหางตา การนำเนื้อหรือไขมันที่บริเวณหนังตาออกเพื่อให้สังเกตชั้นตาได้ชัดเจนขึ้น ควรทำหลังจากช่วงอายุ 18 ปี ดวงตาและบริเวณรอบดวงตาจะมีขนาดที่เจริญเติบโตเต็มที่ และปัญหาอีกอย่างหนึ่งของดวงตาก็คือ หนังตาตกหรือผิวหนังเกิดการเหี่ยวย่น สืบเนื่องมากจากอายุที่มากขึ้นทำให้ ควรทำช่วงอายุตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่ง การทำศัลยกรรม อาจจะต้องทำอีกครั้งเมื่ออายุประมาณ 45-50 ปี เนื่องจากเซลล์ผิวหนังมีความเสื่อมเพิ่มขึ้น

3.การศัลยกรรมจมูก (Rhinoplasty)

สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่กระดูกโครงสร้างของจมูกมีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ทำให้คงรูปไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการเจริญเติบโตของกระดูกและเนื้อเยื่อที่เพิ่มขึ้น จนทำให้เปลี่ยนขนาดวัสดุให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้รูปทรงของจมูกมีลักษณะที่เหมาะสมกับใบหน้า

4.ศัลยกรรมปาก (Lips Surgery)

เหมาะการศัลยกรรมริมฝีปากสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไปเพราะขนาดของริมฝีปากมีขนาดที่เติบโตเต็มที่แล้ว ผลของการศัลยกรรมที่เกิดขึ้นจะทำให้รูปทรงของปากและลักษณะของริมฝีปากได้รูปที่สวยงาม

5. ศัลยกรรมคาง (Chin Surgery)

ควรทำที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจะดีที่สุด เพราะกระดูกจะไม่มีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น ทำให้กระดูกไม่เกิดการเคลื่อนที่จากตำแหน่งที่ทำศัลยกรรมไว้

6.การศัลยกรรมกราม (Jaw surgery)

นิยมที่จะตัดกรามเพื่อให้ใบหน้าและดูเรียว ซึ่งการศัลยกรรมกรามซึ่งเป็นกระดูกหลักของใบหน้า จะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีจึงจะเหมาะสมใน การทำศัลยกรรม กราม เพราะผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปนั้น กระดูกขากรรไกรจะมีการเจริญเติบโตเต็มแล้ว

 


โดยรวมแล้วช่วงที่เหมาะควรเริ่มทำที่อายุประมาณ 18-20 ปีขึ้นไปเพื่อเสริมสร้างความสวยงามให้กับตนอง เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายของทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว และหลังจากอายุ 40 -45 ปี เพื่อลดจุดบกพร่องที่เกิดจากความเสื่อมของผิวหนังที่ทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นถาวร ซึ่งก่อนตัดสินใจอย่าลืมปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนนะคะ

ข้อมูลอ้างอิง
Maniglia A.J. (1989), Reconstructive rhinoplasty, The Laryngoscope, 99(8), page 865.

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

“นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล” ศัลย์ด้วยหัวใจ ความมั่นใจของคนไข้คือความสุข

TheMirror.Co

Made Collagen ขับสารพิษ รักษาสิว ผิวแพ้ง่าย

TheMirror.Co

เข้าใจ Botox เพื่อความพอใจแบบเต็มร้อย

TheMirror.Co

Leave a Comment

Leave a review

  • ให้คะแนนโพสนี้