“เมโสหน้าใส” สปาบำบัดเพื่อหน้าสวยใส ไร้เซลลูไลต์

ยังจำกันได้ไหมว่า ครั้งที่แล้ว เดอะมิลเลอร์ได้เล่าถึงความอัศจรรย์ของ “เมโสแฟต” กันไปบ้างแล้ว
MT ติดใจในคุณสมบัติพิเศษของเจ้าเมโส อยากหน้าใสด้วยเมโสบ้าง เลยไปหาข้อมูลต่อเกี่ยวกับ “เมโสหน้าใส” โดยเฉพาะ เพื่อนำมาฝากแฟนๆ ชาวเดอะมิลเลอร์ เป็นพิเศษเลยค่ะ

คลินิกความงามทางฝั่งตะวันตกเรียก “เมโส” ว่า “Mesotherapy” เป็นวิธีหนึ่งของการสปาบำบัดเพื่อการเสริมความสมบูรณ์แบบบนใบหน้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ดูแลใบหน้าให้เฟอร์เฟคต์ที่สุด ประสบความสำเร็จอย่างมากในแถบยุโรป นั่นเป็นเพราะมันเป็นวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ไม่ใช่แค่ลดปัญหาความไม่สมบูรณ์บนใบหน้า แต่ยังช่วยลดเซลลูไลต์ สาเหตุหลักของความหย่อนยานบนใบหน้า อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูผิวในจุดที่เป็นปัญหาและยังช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมได้อย่างดีอีกด้วย

เมโสเป็นการเสริมความสมบูรณ์บนใบหน้าที่ไม่ใช้การผ่าตัด ไม่มีการเย็บ หรือการกระทำใดที่เกี่ยวข้องการการศัลยกรรมแม้แต่น้อย

ดังนั้น การเลือกใช้คำว่า “สปาบำบัด” จึงให้ความรู้สึกในทางบวก เน้นการปรนนิบัติ ซึ่งตรงกับหน้าที่หลักของเมโสหน้าใสที่เข้าไปทำหน้าที่ช่วยแก้ไขความบกพร่องบนใบหน้าอย่างตรงจุด ฟื้นฟูสภาพผิวด้วยส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการฉีดสารเคมีประสิทธิภาพสูง เข้าไปบริเวณผิวหนังชั้นกลางเมโสในจุดที่เป็นปัญหา

เมโสหน้าใส มีทั้งหมด 2 ประเภท ดังนี้
1.เมโสหน้าใสแบบฉีด
อันนี้บอกเลยว่า ค่อนข้างที่จะอันตราย ในกรณีที่นำไปฉีดเองที่บ้าน ทางที่ดีควรฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
2.เมโสหน้าใสแบบทา หรือแบบหยดบนใบหน้า
วิธีนี้เป็นการทำที่นิยมมากที่สุด เพราะว่า สามารถทำได้ง่ายมากๆ เพียงแค่หยดบนใบหน้า

บุคคลที่ห้ามทำการรักษาด้วยเมโส
1.สตรีมีครรภ์ หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตร
2.คนที่มีประวัติโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติในสมอง เช่น เส้นเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน
3.คนที่มีประวัติภาวะความดันโลหิตต่ำ
4.คนที่มีประวัติโรคหัวใจและการรักษาด้วยยาหลายแขนง
5.คนที่มีประวัติโรคเลือดผิดปกติและโรคมะเร็ง
6.คนที่เป็นโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ

ก่อนบำบัดผิวหน้าด้วยเมโสหน้าใสควรทำอย่างไร
1.ไปพบแพทย์เพื่อพูดคุยถึงปัญหาและสิ่งที่ต้องการแก้ไข
2.ทำการตรวจสอบสภาพของผิวหน้า สภาพปัญหาและวิธีการแก้ไข
3.แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้คัดเลือกส่วนผสมต่างๆ และคำนวณปริมาณการใช้ให้พอเหมาะกับสภาพผิวและสภาพปัญหาของแต่ละคน

ส่วนผสมเมโสหน้าใสมีอะไรบ้าง
ส่วนผสมที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการเมโสหน้าใส ก็คือ สารคาเฟอีน กรดไฮยาลูโรนิก แอลคาร์นิทีน วิตามินหลายชนิด และสารสกัดจากอาติโช๊ค (แก่นตะวัน) ซึ่งจุดร่วมของส่วนผสมเหล่านี้ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ เป็นสารสกัดจากธรรมชาติล้วนๆ และเป็นสารสกัดจากวัตถุดิบที่เราใช้ได้การรับประทานแทบทั้งสิ้น

เอนไซม์ Hyaluronidase ซึ่งได้ตามธรรมชาติ โดยจะทำหน้าที่ทำลายกรดไฮยาลูโรนิคซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในเซลลูไลต์

ฉะนั้น หน้าที่หลักของสารตัวนี้ก็คือ การเข้าไปทำลายชั้นเซลลูไลต์ในผิวหนัง ส่งผลให้ผิวหนังเรียบเนียนขึ้นและยังช่วยให้เนื้อเยื่อส่วนอื่นบนผิวหน้าสามารถรับสารอาหารที่กำลังจะฉีดเข้าสู่ชั้นผิวได้ดี

L-Carnitine ช่วยทำหน้าที่ดึงเอาไขมันส่วนเกินออกจากเซลล์ไขมัน แล้วนำส่งไปยังไมโตคอนเดรียที่อยู่ภายในเซลล์เพื่อนำไปสร้างเป็นพลังงานต่อไป ไขมันส่วนเกินจึงถูกกำจัดออกจากร่างกาย ผิวส่วนนั้นจึงกระชับขึ้น

Phosphatidylcholine (PC) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติพิเศษคล้ายอิมัลซิไฟเออร์ที่สามารถทำให้ไขมันแตกตัวและเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันที่สารมารถละลายน้ำได้ จึงถูกกำจัดออกจากร่างกายทางอุจจาระ ปัสสาวะและเหงื่อได้อย่างง่ายดาย

Deoxycholate (DC) เป็นเอนไซม์ของร่างกาย ซึ่งปะปนอยู่ในน้ำดี ทำหน้าที่ย่อยไขมันที่รับประทานเข้าไปพร้อมอาหาร เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายก็มักส่งผลให้ ร่างกายสามารถย่อยไขมันได้ดีขึ้น

Aminophylline ส่วนผสมตัวนี้ ทำงานคล้ายกับคาเฟอีน ใช้เพื่อกระตุ้นการทำลายไขมันและยังช่วยขยายเส้นเลือดฝอยให้กว้างขึ้น เพื่อให้สามารถส่งผ่านออกซิเจนและสารอาหารสู่เซลล์ต่างๆ ได้ดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะใช้งานได้ดี แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้ไม่เกิน 20 mg / ml เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียและคลื่นไส้อาเจียนได้

สารเหล่านี้จะถูกจัดส่งเข้าสู่ผิวหนังและร่างกายด้วยระบบนาโนแคปซูล ซึ่งหมายความว่า ส่วนประกอบเหล่านี้ จะได้รับการปล่อยออกมาก็ต่อเมื่อ มันเดินทางไปถึงเซลล์เป้าหมายเท่านั้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการรักษา

ขั้นตอนการทำงานของเมโสหน้าใสมีดังนี้
หลังจากที่มีการตรวจสภาพความพร้อมของผิวหนังและร่างกายแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจะฉีดเมโสหน้าใสสูตรเริ่มต้น ด้วยเข็มขนาดเล็กมาก เพื่อจัดการกับเซลลูไลต์ในขั้นตอนแรก เป็นการเตรียมผิวให้เปิดรับสารอาหารที่จะฉีดในขั้นตอนต่อไป โดยสูตรเริ่มต้นนี้ นอกจากจะช่วยในการแก้ไขปัญหาเรื่องเซลลูไลต์ที่ทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อยแล้ว

ยังช่วยในเรื่องของการหมุนเวียนโลหิตและช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำร้าย เช่น ส่วนที่เป็นสิว เป็นฝ้า หรือผิวหน้าหมองคล้ำ

ในขั้นตอนนี้ แทบจะไม่มีความรู้สึกอะไรเลย
ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
ส่วนผลข้างเคียงที่รุนแรงที่สุดที่เคยพบ ก็คือ อาการแสบนิดๆ เพราะสารเคมีกำลังทำงาน แต่อาการนี้จะหายไปภายใน 20 นาที และผลการรักษาจะเห็นได้ชัดเจนหลังจากทำการฉีดเมโสหน้าใส ไปประมาณ 5 วัน

แค่เพียงขั้นตอนแรกนี้ ก็ช่วยปรับสภาพผิวได้ดีในระดับหนึ่ง การทำซ้ำในครั้งที่ 2 จะช่วยให้เห็นผลได้ชัดเจนขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรทำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพผิวที่ดีขึ้น

แต่ถ้าเป็นรายที่มีปัญหาค่อนข้างมาก ผู้เชี่ยวชาญอาจจะต้องลำดับความสำคัญของปัญหาและวางแนวทางการรักษาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อการรักษาที่ต่อเนื่องและเห็นผลการรักษาได้อย่างชัดเจน

การแก้ไขปัญหาผิวหน้าอย่างถูกจุดจะช่วยให้ผิวหน้าที่สมบูรณ์แบบและจะคงสภาพเช่นนั้นไปได้ในระยะยาว ไม่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ เพราะนั่นคือเงินที่เราจะต้องจ่ายเพิ่มแบบไม่สิ้นสุด

 

ข้อมูลอ้างอิง
www.khaosod.co.th/lifestyle/news_1678929
www.topbestbrand.com
www.amprohealth.com
Rittes, PG; Rittes, JC; Carriel, Amary MF (2006). “Injection of phosphatidylcholine in fat tissue: experimental study of local action in rabbits”.
Rotunda, Adam; Kolodney, Michael (April 2006). “Mesotherapy and Phosphatidylcholine Injections: Historical

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

อายุเท่าไรถึงเหมาะกับทำศัลยกรรมบนใบหน้า

TheMirror.Co

“ดูดไขมัน Body Tite” บอกลาแขนขาใหญ่ สวยได้ดั่งใจ

TheMirror.Co

ผู้ชายรู้ไว้ ทำตาอย่างไรให้ดูธรรมชาติ

TheMirror.Co

Leave a Comment