5เรื่องที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดกับ “ศัลยกรรมความงาม”

วันนี้มิลมิลนำ 5 เรื่องที่คนส่วนใหญ่กังวลและเข้าใจผิดเกี่ยวกับการ  “ศัลยกรรมความงาม” มาฝากกันคะ

1. ห้ามกินไข่ไก่หลังผ่าตัด

จากความเชื่อในสมัยก่อนจนถึงปัจจุบันว่า หลังผ่าตัดไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ควรงดกินไข่ เพราะทำให้เกิดแผลเป็น แต่จริงๆ แล้วศัลยแพทย์แนะนำให้คนไข้หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกของหมัก ของดอง เช่น ปลาร้า ปลาแดก และของมึนเมาทุกชนิด เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ จริงๆแล้วไข่มีโปรตีนที่ช่วยสร้างคอลลาเจนซึ่งช่วยทำให้แผลหายเร็ว แต่การเกิดแผลเป็น สาเหตุหนึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของร่างกายแต่ละคนที่ผลิตคอลลาเจนในปริมาณมากเกินไป จนแผลที่กำลังจะหายกลายเป็นแผลเป็น ทั้งนี้อาจเพราะได้รับการถ่ายทอดมาจากกรรมพันธุ์ ดังนั้นต่อให้กินไข่สักวันละหนึ่งโหลก็ไม่ทำให้เกิดแผลเป็น

2. ถ้าเสริมจมูกแล้วปีกจมูกจะเล็กลง

จริงๆแล้วมันเป็นเรียกผลพลอยได้ คนที่ปีกจมูกบานไม่มากและเนื้อจมูกไม่เยอะ การเสริมจมูกจะทำให้ปีกจมูกดูเล็กลง แต่สำหรับคนที่เนื้อจมูกเยอะและปีกจมูกบานมากๆ ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน ดังนั้นถ้าต้องการให้ปีกจมูกแคบๆ เล็กๆ จำเป็นต้องใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่ เพื่อที่จะยกปีกจมูกให้สูงขึ้น แต่ก็จะทำให้จมูกดูใหญ่ขึ้นด้วย ฉะนั้นถ้าอยากลดขนาดปีกจมูกจริงๆ แนะนำให้ตัดออกดีกว่า และในกรณีที่เสริมจมูกเกิน 10 ปี ทำไมต้องทำใหม่? ซิลิโคนที่แพทย์นำมาใช้เสริมจมูกเป็น Medical Grade ถ้าวางไว้เฉยๆ จะคงรูปทรงแบบนั้นไปตลอด แต่เมื่อเสริมเข้าไปในจมูกแล้ว ร่างกายจะตอบสนองต่อซิลิโคนโดยสร้างเนื้อเยื่อมาหุ้ม และเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ เนื้อเยื่อนั้นจะแข็งแรงขึ้นจนทำให้ซิลิโคนบิดหรือเปลี่ยนรูปทรงได้ นอกจากนี้อาจมีแคลเซียมมาเกาะรอบๆ เนื้อเยื่อ ผิวจมูกจึงมีรอยตะปุ่มตะป่ำ ทั้งนี้บางคนอาจไม่เกิดอาการที่ว่าก็ได้

3. Filler ฉีดแล้วไม่สลายตัว

จริงแล้วการฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มรูพรุนที่เป็นรูไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งเหล่านี้ ทำให้ชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนาขึ้น แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปฟิลเลอร์สลาย จะทำให้ผิวหนังยุบตัวลง อีกกรณีคือ เมื่อฉีดฟิลเลอร์แล้วเกิดรอยแดง หมอจะมีวิธีการรักษาคือยิงเลเซอร์เพื่อรักษารอยแดง อีกทั้งเลเซอร์มีความร้อนก็จะทำให้ฟิลเลอร์ยุบตัวลงได้เช่นกัน

4. ไหมละลายสลายตัวได้จริงหรือ ?

หลายคลินิกโฆษณาว่าไหมละลายดึงหน้าเป็นไหมชนิดเดียวกับที่ใช้เย็บหัวใจ ใช้เย็บหลอดเลือด แต่จริงๆ แล้วไหมแบบนี้หมอเอาไปเย็บได้ทุกส่วนของร่างกาย ไหมละลายชนิดนี้คือ Polydioxanone (PDO) แต่ถ้าเป็นศัลยแพทย์จะรู้จักกันในนาม PDS เป็นไหมสังเคราะห์ที่ทำจากไหมเส้นเดี่ยว ไหมชนิดนี้ใช้กันมานานเกิน 10 ปีแล้วเนื่องจากเกิดปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อน้อยมาก มีโอกาสติดเชื้อน้อย แถมอยู่ได้ประมาณ 240 วันจึงละลาย สำหรับหมอแล้วคำว่าไหมละลายนั้น หมายถึง ไหมมันเปื่อยยุ่ย เสื่อมประสิทธิภาพในการดึงรั้ง ไม่ใช่แบบที่สาวๆ คิดว่าไหมจะละลายสลายไปเองตามธรรมชาติ

5. ฉีด Botox หน้าเรียวสมใจ

การฉีดโบท็อกซ์แล้วหน้าจะเรียวเหมือนเหลาด้วยเลื่อยยนต์ เลยคิดไปว่า โบท็อกซ์ช่วยได้ทุกเคส แต่จริงๆ แล้วหน้าเรียวจะเกิดได้หลังคุณหมอฉีดโบท็อกซ์ไปที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยว ลองกัดฟันดูแล้วเอา มือคลำที่มุมขากรรไกรล่าง ถ้าเจอแข็งๆ นูนๆ นั่นแหละคือกล้ามเนื้อบดเคี้ยว สำหรับคนหน้าบานหรือหน้าเหลี่ยม ถ้าคลำไม่พบก้อนกล้ามเนื้อ แนะนำว่าอย่าฉีดโบท็อกซ์เลย เพราะไม่ได้ผลกับไขมันและกระดูก เสียเงินเปล่าๆ แถม   อาจได้ปากเบี้ยวกลับมา เพราะเมื่อกล้ามเนื้อน้อยคลำยาก โอกาสที่จะฉีดโบท็อกซ์โดนเส้นประสาทมีมาก สังเกตให้ดีก่อนนะคะ

ข้อมูลอ้างอิง

5 เรื่องที่สาวอยากสวยจำนวนมากเข้าใจผิดเกี่ยวกับการ “ศัลยกรรม”. (29 สิงหาคม 2561). นิตยสารแพรวhttps://praew.com/beauty/193207.html

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

การผ่าตัดกราม สามารถทำซ้ำได้หรือไม่

TheMirror.Co

“ดริปวิตามิน” ทางลัดผิวสวย สุขภาพดี

TheMirror.Co

“ส้มซัทสึมะ” เคล็ดลับความสวย ของสาวญี่ปุ่น

TheMirror.Co

Leave a Comment

Leave a review

  • ให้คะแนนบทความนี้