“ดูดไขมันแบบ Power Assisted Liposuction” ดูดออกง่าย แม้ไขมันที่อยู่ลึก

เดอะมิลเลอร์เชื่อว่า ทุกคนปรารถนาอยากมีรูปร่างดี ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย แต่หลายคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายและเริ่มมีอายุมากขึ้น มักจะมีไขมันส่วนเกินสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมากไป จนทำให้มีปัญหาเรื่องสัดส่วน โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ต้นขา สะโพก ท้องแขน หรือบริเวณใบหน้า อย่างใต้คางและลำคอ

บางคนลดน้ำหนักลงได้มากแล้ว แต่ยังไม่สามารถลดพุง หรือไขมันหน้าท้อง สะโพกและต้นขาก็ยังเต็มไปด้วยไขมัน เนื่องจากไขมันในบริเวณนี้จะลดได้ค่อนข้างยาก ให้ออกกำลังกายหนักแค่ไหนหรือควบคุมอาหารดียังไงก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

ปัจจุบันนี้มีวิธีการรักษาเพื่อปรับรูปร่างในบริเวณที่มีไขมันสะสม หรือบริเวณที่ต้องการให้ได้สัดส่วนสวยงาม ทำให้รูปร่างเพรียวกระชับมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีดูดไขมันเฉพาะส่วน

การดูดไขมันเฉพาะส่วนนี้ ก็มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี จนเลือกไม่ถูกกันเลยล่ะ
ซึ่งบางทีเราก็ไม่รู้ว่า ควรเลือกแบบไหน ถึงจะขจัดไขมันอย่างได้ผลดี สามารถสลายไขมันให้หมดไปได้อย่างใจต้องการ

หลายคนก็ไม่กล้าเข้าไปปรึกษาสถาบันเสริมความโดยตรง เพราะเกรงว่า จะโดนขายคอร์สที่เกินความจำเป็น

วันนี้ MT จึงเลือกแนะนำการดูดไขมันแบบ Power Assisted Liposuction เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น ให้ชาวเดอะมิลเลอร์ได้ศึกษาไว้ก่อนตัดสินใจไปดูดไขมัน ซึ่งวิธีนี้ เป็นวิธีที่ทันสมัยและทำได้ง่ายมากเลยล่ะค่ะ

“การดูดไขมันแบบ Power Assisted Liposuction” หรือ Pal เป็นเครื่องมือที่ใช้ทุ่นแรง
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้ช่วยในการดูดไขมันบริเวณต้นแขน หรือต้นขา โดยเครื่องมือนี้จะมีการเพิ่มความถี่ของเข็มที่ใช้ดูดไขมัน คล้ายๆ กับการสั่นของแปรงสีฟันไฟฟ้า จึงจะทำให้การดูดไขมันในส่วนที่ยากที่สุดของร่างกายออกมาอย่างง่ายขึ้น ซึ่งการดูดไขมันวิธี้ สามารถใช้ร่วมกับวิธีดูดไขมันแบบ Body Tite ได้

คำอธิบายของการดูดไขมันแบบ PAL ( Power-assisted liposuction ) เป็นการดูดไขมันแบบใช้การสั่นสะเทือน เหมือนกับการดูดไขมันด้วยท่อ สามารถนำไขมันออกมาได้ง่ายทีเดียว แม้เซลล์ที่อยู่ลึกก็สามารถนำออกมาได้ในปริมาณที่ค่อนข้างมาก ซึ่งการดูดแบบ Pal นั้นจะสามารถทำงานได้ผลดีกับบริเวณหน้าท้องและไขมันบริเวณรอบเอว

การดูดไขมันแบบพาวเวอร์นี้ ช่วยให้แพทย์ทำงานง่ายขึ้นและเหนื่อยน้อยลง โดยเฉพาะการดูดไขมันบริเวณรอบสะดือ ทั้งยังช่วยให้ประหยัดเวลาในการดูดไขมันอีกด้วย

การดูดไขมันด้วยวิธีนี้จะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณของผิวหน้าและไขมัน
แน่นอนว่า อาจจะต้องมีการใช้ยาสลบบ้าง

ดังนั้น ผู้มาเข้ารับบริการดูดไขมันวิธีนี้ จำเป็นต้องมีการอดอาหารประมาณ 8 ชั่วโมง ก่อนการดูดไขมัน
หลังจากดูดไขมัน ก็จะใช้ระยะเวลาในการตัดไหมประมาณ 14 วัน โดยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล

แต่ควรระมัดระวังเรื่องการอาบน้ำบริเวณที่เพิ่งมีการดูดไขมันมา และที่สำคัญที่สุดหลังจากการดูดไขมันก็คือ ควรใส่ชุดกระชับสัดสวนตลอดเวลา เป็นเวลาหนึ่งเดือน และใส่เฉพาะเวลาอยู่บ้าน หรือนอนหลับ ในเดือนถัดไป แต่ไม่ควรหลงลืมที่จะใส่มัน

แน่นอนว่าการดูดไขมันทุกวิธีนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งวิธีการดูดไขมันด้วยวิธี Pal ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน ไปดูกันว่าข้อดีและข้อเสียของการดูดไขมันด้วยวิธี Pal มีอะไรกันบ้าง

เริ่มต้นกันที่ข้อดี อย่างที่เราได้บอกไปว่าเครื่อง Pal หรือ Power Assisted Liposuction นั้น สามารถดูดไขมันในส่วนที่ยากให้ออกมาได้ง่าย ทั้งยังช่วยให้แพทย์ประหยัดเวลาอีกด้วย นอกจากนี้การดูดด้วยเครื่อง Pal ยังไม่ทำให้ผิวหนังมีการบอบช้ำมาก

ส่วนข้อเสียนั้นก็คือ เครื่อง Pal นั้น จะมีเสียงดังรบกวนมาก เพราะการทำงานของมอเตอร์ แม้ว่าขณะนี้หลายบริษัทได้ผลิตเครื่องที่มีเสียงเบาลงกว่าเดิมมาก อีกทั้งเจ้าเครื่อง Pal นี้ยังมีราคาค่อนข้างสูง เพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งทำให้ต้นทุนการดูดไขมัน ต้นแขน ต้นขา สูงขึ้นตามไป

ไม่ว่าจะใช้วิธีการดูดไขมันแบบใด ผลที่ได้รับจะดี ก็ต่อเมื่อผิวหนังบริเวณนั้น ยังมีคุณภาพดีและพอที่จะหดรัดตัวเองให้รับกับชั้นไขมันที่หายไปได้ ความหนาของผิวหนังที่เล็กลง ก็ต้องมีความราบเรียบเป็นธรรมชาติด้วย

ซึ่งศัลยแพทย์จะอาศัยผ้า หรือยางยืดลักษณะต่างๆ ช่วยพันรัดอวัยวะส่วนที่ดูด ตั้งแต่ดูดไขมันเสร็จใหม่ๆ ไปจนถึงหลังทำ เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน เพื่อให้ผิวหนังเหนือชั้นที่ถูกดูดไขมันไป ได้ยึดติดกับชั้นใต้ผิวหนังอย่างดี

ทั้งนี้ หลังจากหนึ่งเดือนก็ยังต้องใช้ต่อ

ดังนั้นการดูแลตัวเอง ด้วยการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับยประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ก็จะยิ่งทำให้รูปร่างมีความกระชับสวยงามได้อย่างถาวร

 

ข้อมูลอ้างอิง
www.thairath.co.th/content/1282171
www.amprohealth.com/beauty-surgery/how-to-fit-your-thigh/
Stegmann TJ (December 1998). “FGF-1: a human growth factor in the induction of neoangiogenesis”. Expert Opin Investig Drugs. 7 (12)
Jitnarin, N.et al. (2009). Risk factors for overweight and obesity among Thai adults:
results of the National Thai Food Consumption Survey. Nutrients. 2, 60-74.
ดัชนีมวลกาย http://th.wikipedia.org/wiki/ดัชนีมวลกาย

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

8 อาชีพ ยอดนิยม ศัลยกรรมเสริมบุคลิกภาพ

TheMirror.Co

รู้ก่อน ปิ๊งก่อน 5 วิธี ลดริ้วรอยใต้ตา ไม่ให้หน้าหมองคล้ำ

TheMirror.Co

“ผ่าตัดโหนกแก้ม” ปรับโครงหน้าใหม่ ให้สวยไร้ที่ติ

TheMirror.Co

Leave a Comment